Breaking News

ศาลฎีกายืนจำคุก “เติ้ล ธนพล” 1 ปี คดีลักขโมยไฟหลวง ไม่คอยลงทัณฑ์

ศาลฎีกาตัดสินคดีจำคุก 1 ปี ไม่รอคอยลงทัณฑ์ “เติ้ล-ธนพล” ดาราดารา คดีขโมยใช้ไฟหลวงในร้านค้าล้างอัดฉีดตกแต่งรถยนต์เมืองแปดริ้ว คดีถึงที่สุดจำต้องรับโทษโดยชอบด้วยกฎหมาย ส่งตัวเข้าเรือนจำกลางฉะเชิงเทรา

เมื่อวันที่ 19 เดือนตุลาคม 2564 ศาลจังหวัดฉะเชิงเทราอ่านคำตัดสินศาลฎีกาคดีลำดับที่ดำอำเภอ145/2562 ที่บุคลากรอัยการจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธนพล นิ่มทัยสุข หรือเติ้ล ธนพล อายุ 37 ปี ดาราดาราชายหนุ่ม ในข้อผิดพลาดฐานลักทรัพย์

กรณีสืบเนื่องจาก เมื่อกลางปี 2560 มีกระแสข่าวว่าดาราชายหนุ่มคนหนึ่งเปิดร้านคาร์แคร์ที่ข้างถนนสิริโสธร เขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา บริการล้างอัดฉีดแล้วก็ตกแต่งรถยนต์ ลักลอบพ่วงกระแสไฟฟ้าใช้โดยผิดกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้เข้าไปตรวจสอบพบว่ามีการแอบต่อพ่วงสายเมนกระแสไฟฟ้าตอนบริเวณเหนือมิเตอร์แล้วต่อสายตรงไว้ที่ใต้ฝ้าเพดานของอาคาร ลากโยงสายไปที่บริเวณร้านค้าล้างอัดฉีดแล้วก็ตกแต่งรถยนต์ โดยร้านค้านี้มีนายธนพล นิ่มทัยสุข เป็นเจ้าของ หลังจากนั้นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค) ก็เลยได้ส่งเจ้าหน้าที่นิติกรเข้าฟ้องร้องร้องเรียนกับตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ให้ฟ้องร้องกับนายธนพล ที่ขโมยใช้กระแสไฟฟ้ามาดำเนินธุรกิจคาร์แคร์ เป็นเวลานานราว 2-3 ปี
คดีนี้ศาลชั้นต้นตัดสินคดีเมื่อวันที่ 31 เดือนกรกฎาคม2562 ว่านายธนพล จำเลยกระทำผิดจริงตาม เปรียญอำเภอมาตรา 335 (1)(7) วรรคสอง ตัดสินคดีจำคุก 5 ปี แต่ว่าจำเลยให้การยอมรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก็เลยลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยไม่รอคอยลงทัณฑ์
ด้านทนายความของนายธนพล ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ซึ่งศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างสู้คดี ซึ่งจำเลยยื่นอุทธรณ์

ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตัดสินคดีแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตาม เปรียญอำเภอ335 (7) วรรคหนึ่ง ประกอบ มาตรา 83 ให้จำคุก 2 ปี จำเลยยอมรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจะจำคุก 1 ปี โดยไม่รอคอยลงทัณฑ์

ตอนที่จำเลยยื่นศาลฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนหารือกันแล้วมีความเห็นว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ตัดสินคดียืนตามศาลอุทธรณ์

หลังศาลอ่านคำตัดสินเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็เลยกักคุมนายธนพล หรือ เติ้ล ดาราดาราชายหนุ่ม ไปจองจำยังเรือนจำกลางฉะเชิงเทราเพื่อรับโทษโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป